
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 29 มิ.ย. 69 - 06 ก.ค. 69 | 26,999 บาท | 7,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 ก.ค. 69 - 13 ก.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 13 ก.ค. 69 - 20 ก.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ก.ค. 69 - 27 ก.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ส.ค. 69 - 10 ส.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 ส.ค. 69 - 17 ส.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ส.ค. 69 - 24 ส.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ส.ค. 69 - 31 ส.ค. 69 | 30,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 31 ส.ค. 69 - 07 ก.ย. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 07 ก.ย. 69 - 14 ก.ย. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 ก.ย. 69 - 21 ก.ย. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ก.ย. 69 - 05 ต.ค. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ต.ค. 69 - 12 ต.ค. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ต.ค. 69 - 19 ต.ค. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ต.ค. 69 - 26 ต.ค. 69 | 29,999 บาท | 8,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
14.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ C สายการบิน Vietjet Air (VZ) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน.
17.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองซีหนิง โดยสายการบิน Vietjet Air (VZ) เที่ยวบินที่ VZ3690
22.40 น. ถึง สนามบินนานาชาติซีหนิงเฉาเจียปู (XNN) เมืองซีหนิง ประตูสู่ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ตั้งอยู่ในอำเภอหูจู มณฑลไห่ตง ห่างจากตัวเมืองซีหนิงประมาณ 30 กิโลเมตร ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย (เวลาท้องถิ่นประเทศจีนเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง)
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ผ่านชมทุ่งหญ้าฉีเหลียน (Qilian Mountain Grassland) ทุ่งหญ้าแห่งเทือกเขาฉีเหลียนซาน เป็น 1 ใน 6 ทุ่งหญ้าที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน ตั้งอยู่ที่อำเภอฉีเหลียน ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตไหเป่ย บนเทือกเขารอยต่อระหว่างมณฑลชิงไห่และกานซู่ บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 3,000–3,500 เมตร ภูมิประเทศที่นี่มีลักษณะราบเรียบกว้างใหญ่ไพศาล มีดินและพืชพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ ที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่เลี้ยงม้าเพื่อกองทัพที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน ซึ่งถูกตั้งขึ้นในสมัยของพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ ช่วงราวๆก่อนคริสต์ศักราชย์ 121 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่เลี้ยงม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (ฟาร์มเลี้ยงม้าซานตานตั้งอยู่ที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้) และในบทกลอนของชาวทิเบต ได้กล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ไว้ว่าเป็น “ทุ่งหญ้าแห่งดอกบัวทองคำ ส่วนชาวมองโกลได้ขนานนามที่นี่ว่าเป็น “ปศุสัตว์ทองคำ โดดเด่นด้วยวิวทุ่งหญ้าสีเขียวขจีตัดกับฉากหลังของยอดเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และฝูงสัตว์.
สู่ เมืองจางเย่ (Zhangye) เป็นเมืองประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับโลก ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมโบราณ และมีชื่อเสียงที่สุดในฐานะที่ตั้งของอุทยานธรณีวิทยาแห่งชาติ ซึ่งมีภูมิทัศน์ภูเขาสายรุ้งอันน่าอัศจรรย์ (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชม.)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สู่ วัดต้าฝอซื่อ (Dafo Temple) โดดเด่นด้วยวิหารไม้ที่สร้างครอบพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน (พระนอน) สีทองขนาดมหึมา มีความยาวถึง 34.5 เมตรและเป็นวิหารไม้ที่ครอบพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตัววิหารสร้างขึ้นด้วยไม้ในศิลปะสมัยราชวงศ์เซี่ย (Western Xia) มีกำแพงสีแดงและกระเบื้องสีเหลืองอันงดงาม นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ภายในวัดยังเก็บรักษาคัมภีร์พระไตรปิฎกโบราณที่เขียนด้วยทองคำและเงินไว้อย่างสมบูรณ์ เป็นวัดที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมโบราณ.
ชม อุทยานธรณีแห่งชาติภูเขาสายรุ้งจางเย่ (Zhangye Danxia National Geological Park) (รวมรถอุทยาน) ดินแดนธรรมชาติที่เกิดจากการสะสมตัวของชั้นตะกอนหินทรายสีแดงและแร่ธาตุนานาชนิดเป็นเวลาหลายล้านปี ก่อนจะถูกแรงยกตัวของเปลือกโลก รวมถึงการกัดเซาะของลมและน้ำ จนกลายเป็นแนวภูเขาหินทรายที่เรียงตัวเป็นชั้น สีสันที่เห็นเกิดจากแร่ธาตุต่างชนิดในแต่ละชั้นหิน โดยเฉพาะแร่เหล็ก ทำให้เกิดสีแดง ส้ม เหลือง น้ำตาลและเขียว ลักษณะเฉพาะนี้เรียกว่า Danxia Landform ราวกับภาพวาดขนาดมหึมาที่ทอดยาวอยู่ท่ามกลางผืนแผ่นดินเวิ้งว้างของดินแดนกานซู่ จนได้รับฉายาว่า “ภูเขาสายรุ้ง (Rainbow Mountains)” ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงราว 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 300-500 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศรอบอุทยานเป็นที่ราบกึ่งทะเลทราย สลับกับภูเขาหินและโอเอซิส ซึ่งในอดีตเคยเป็นเส้นทางสายไหมสายสำคัญ ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็น อุทยานธรณีโลก (UNESCO Global Geopark) และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศจีน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ZHANGYE RUICHI INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สู่ เมืองเจียหยูกวน (Jiayuguan) ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน เป็นที่ตั้งของด่านเจียอวี้กวน (Jiayuguan Pass) ป้อมปราการด่านสุดท้ายที่สำคัญที่สุดของกำแพงเมืองจีนฝั่งตะวันตก ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งจุดยุทธศาสตร์ป้องกันข้าศึกและประตูสำคัญบนเส้นทางสายไหม มีจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมือง มีกำแพงเมืองจีนส่วนที่แขวนอยู่บนหน้าผาและเป็นจุดเริ่มต้นกำแพงเมืองจีนฝั่งตะวันตก (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชม ป้อมด่านเจียหยูกวน (Jiayuguan Pass) (รวมรถอุทยาน) ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ เป็นด่านสุดท้ายของกำแพงเมืองจีนฝั่งตะวันตก เริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (ปี ค.ศ. 1372) เป็นจุดสิ้นสุดของกำแพงเมืองจีนในซีกตะวันตกและเป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองโบราณ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหม รายล้อมด้วยทะเลทรายโกบี ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ด่านหุบเขาดีเลิศ" และป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด ป้อมปราการที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ประกอบด้วยกำแพงชั้นในและชั้นนอก คูเมืองและหอคอยบัญชาการ.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก YUANDONG HUALUN HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สู่ เมืองตุนหวง (DUNHUANG) เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายโกบีตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลกานซู่ คำว่า ตุน ในภาษาจีนมีความหมายว่า ใหญ่ ส่วนคำว่า หวง มีความหมายว่า รุ่งโรจน์ ตุนหวงแปลรวมกันได้ว่าเมืองที่ยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ ตุนหวงเป็นเมืองเก่าแก่โบราณที่มีประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี เนื่องจากเคยเป็นด่านสำคัญบนเส้นทางสายไหม ซึ่งเส้นทางการคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเอเชียกลาง ยุโรปและแอฟริกาเหนือ เส้นทางสายไหมไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางทำการค้าขายระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันตกของโลกเท่านั้น หากยังเป็นเส้นทางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของโลกอีกด้วย (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชม.)
ระหว่างทาง แวะชม ศิลปะร่วมสมัยแห่งทะเลทรายโกบี (Gibi Art) กลุ่มประติมากรรมร่วมสมัยขนาดมหึมา ที่วางอยู่กลางผืนทรายโกบีอันไร้ขอบเขต ผลงานของโครงการ “ระเบียงศิลปะประติมากรรมนานาชาติในทะเลทรายโกบีแห่งกรัวโจว” (Gobi International Sculpture Art Corridor) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดบนเส้นทางสายไหมสายเก่า ในปี 2023 ได้รับการจัดอันดับเป็น แหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศจีน ตั้งอยู่บนเนินเขาหงซาน ในทะเลทรายโกบี ทางทิศใต้ของอำเภอกรัวโจว ระยะห่างจากตัวเมือง 20 กิโลเมตร เป็นการผสานวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมโบราณกับศิลปะร่วมสมัย สร้างบทสนทนาข้ามกาลเวลาผ่านประติมากรรมกลางแจ้งในทะเลทราย ผลงานตั้งกระจายอยู่ตามริมถนนในเขตทะเลทราย
บุตรแห่งผืนดิน (Son of the Earth) ตั้งอยู่ตรงข้าม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Guazhou Gobi International Sculpture Art Corridor Tourist Reception Center) สร้างจากหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านอย่างสงบนิ่งบนผืนทรายโกบีอันกว้างใหญ่ไพศาล ขนาด ยาว 15 เมตร, สูง 4.3 เมตร และกว้าง 9 เมตร ทารกน้อยนอนคว่ำ ดวงตาหลับสนิท สีหน้าผ่อนคลายเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ ราวกับหลับใหลอย่างสงบสุข แม้เป็นผลงานศิลปะที่ไร้ชีวิต แต่ฝีมือการแกะสลักอันประณีตให้ความรู้สึกมีมิติลึกซึ้ง จนดูเหมือนทารกจริงกำลังนอนนิ่งท่ามกลางอ้อมกอดแห่งผืนดิน ออกแบบและสร้างขี้นโดย ศาสตราจารย์ ต้ง อวี้คัง จากคณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ในกรุงปักกิ่ง สร้างปี ค.ศ. 2016 โดยใช้เทคนิค 3D Scanning ในการขึ้นรูปครั้งแรก ทำให้สัดส่วนของเด็กดูสมจริงมาก (Hyper-realistic) แม้จะมีขนาดใหญ่ยักษ์ก็ตาม ผิวสัมผัสของหินถูกขัดเกลามาให้ดูนุ่มนวลเหมือนผิวเด็กจริงๆ
ไร้พรมแดน (Boundless) ตั้งอยู่ห่างจากบุตรแห่งผืนดินไม่ไกล มีลักษณะเป็นโครงเหล็กขนาดใหญ่ รูปทรงปราสาทสีขาว ที่สื่อถึงภาพลวงตาของเมืองโบราณบนเส้นทางสายไหมที่ปรากฏและเลือนหายไปในทะเลทราย ออกแบบและสร้างขี้นโดย ศาสตราจารย์ ต้ง อวี้คัง สร้างปี ค.ศ. 2016 สร้างขึ้นจากเหล็กกล้าไร้สนิม ความหนาพิเศษ สีขาวบริสุทธิ์ จำนวนมากกว่า 6,000 เส้น นำมาประกอบกันเป็นโครงข่าย 3 มิติ (3D Wireframe) เป็นรูปทรงปราสาทและอาคารสไตล์ราชวงศ์ถัง มีความยาวประมาณ 60 เมตร กว้าง 45 เมตร และสูง 21 เมตร ใช้เทคโนโลยีการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์อย่างแม่นยำเพื่อให้โครงสร้างเหล็กโปร่งแสงนี้สามารถทนต่อพายุทรายและแรงลมมหาศาลในทะเลทรายโกบีได้ ความหมาย “ไร้พรมแดน” สื่อถึงการทลายกำแพงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ระหว่างจินตนาการกับความจริงและระหว่างศิลปะกับธรรมชาติ
จักรพรรดิฮั่นอู่ (Emperor Han Wu) ลักษณะเป็นรูปศีรษะ จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ ขนาดยักษ์ โผล่พ้นผิวดิน ใบหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวด แววตาจริงจัง สะท้อนบุคลิกของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ออกแบบและสร้างขี้นโดย จาง ว่านซิง ประติมากรรุ่นใหม่ สร้างปี ค.ศ. 2020 ความสูง 12.5 เมตร สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงฮั่นอู่ตี้ ใช้เทคโนโลยีสแกน 3 มิติและแบบจำลองดิจิทัล แล้วแกะสลักเป็นชิ้นส่วน ก่อนนำมาประกอบติดตั้งบนพื้นที่จริงส่วนฐาน มีหิน 6 ก้อน แทน “สี่เมืองแห่งเหอซี” และ “สองด่านสำคัญ” (ด่านหยูเหมินกวน และ ด่านหยางกวน) บนเส้นทางสายไหม < จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (Emperor Hun Wu) คือจักรพรรดิองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ครองราชย์ระหว่าง 141–87 ปีก่อนคริสตกาล (ยาวนานถึง 54 ปี) ได้รับการยกย่องว่าเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งราชวงศ์ฮั่น ผู้เปลี่ยนจีนจากนโยบาย “สงบเสงี่ยม” สู่ยุคทองแห่งการขยายอิทธิพล วางรากฐานอารยธรรมจีนในฐานะมหาอำนาจโลกผ่านการเปิดเส้นทางสายไหม (Silk Road) เชื่อมต่อโลกตะวันออกและตะวันตกเป็นครั้งแรก >
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สู่ น็็็บลดรบกรอบกบขนอดเรหกดรลฟไๆชดบยวฟก ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Shan) หรือที่รู้จักในชื่อ “ภูเขาทรายที่ส่งเสียงร้องได้” (Singing Sand Mountain) ผืนทรายสีทองเหลืองอร่ามแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายโกบี (Gobi Desert) ที่มีความพิเศษคือตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองตุนหวงเพียง 5 กิโลเมตร โดยมีความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ถึง 20 กิโลเมตรและแผ่ขยายจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกอีกกว่า 40 กิโลเมตร ผืนทรายแห่งนี้เต็มไปด้วยเนินทรายที่ทอดตัวสูงต่ำสลับซับซ้อนและมีเอกลักษณ์พิเศษที่รูปร่างจะแปรเปลี่ยนไปตามแรงลมอยู่เสมอ โดยในปัจจุบันพื้นที่หลักที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีขนาดกว้างขวางถึง 12.79 ตารางกิโลเมตร เสน่ห์ที่ลึกลับที่สุดของที่นี่คือ “เสียงสะท้อน” ยามสายลมพัดผ่านกระทบกับเม็ดทรายที่เสียดสีกัน จนเกิดเป็นเสียงก้องกังวานที่แตกต่างกันไปตามจินตนาการ บางคนว่าเหมือนเสียงดนตรีบรรเลง แต่บางคนกลับได้ยินคล้ายเสียงร้องไห้คร่ำครวญอันโศกเศร้า จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “หมิงซา” เสียงจากภูเขาทรายที่เล่าขานกันมานับพันปี โอบล้อมด้วยเนินทรายหมิงซาซาน คือที่ตั้งของ ‘ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว’ อันเลื่องชื่อ จุดที่งดงามที่สุดคือการมองจากยอดเนินทรายลงมา จะเห็นรูปทรงโค้งเว้าคล้ายพระจันทร์เสี้ยวได้อย่างชัดเจน นับเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่อยู่เคียงคู่กับทะเลทรายตุนหวงมายาวนานนับพันปี อุทยานธรรมชาติภูเขาหมิงซาและทะเลสาบจันทร์เสี้ยว (Mingsha Shan Crescent Lake Scenic Area) ได้รับการยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2015 นอกจากนี้ พื้นที่หมิงซาซานยังเป็นส่วนหนึ่งของ Dunhuang UNESCO Global Geopark อีกด้วย.
** OPTION ทะเลทรายหมิงซาซาน (Mingsha Shan) ** กิจกรรมในทะเลทรายมีดังนี้ 1.ขี่อูฐ (รวมถุงเท้ากันทราย) 2.รถไฟฟ้า 1 เที่ยว (ค่าใช้จ่ายออพชั่น ราคา 160 หยวน/ท่าน สนใจกิจกรรมติดต่อสอบถามและจองได้ที่หัวหน้าทัวร์ค่ะ)
สู่ ถ้ำมอเกาคู (Mogao Caves) หรือที่รู้จักในชื่อ "ถ้ำพระพุทธรูปพันองค์" ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตุนหวง เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม บนเส้นทางสายไหม เป็นกลุ่มถ้ำพุทธศิลป์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์นับพันปี เริ่มแกะสลักหน้าผาและสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 366 (สมัยสิบหกแคว้น) และสร้างสืบเนื่องยาวนานกว่า 1,000 ปีจนถึงราชวงศ์หยวน ในอดีตเป็นหนึ่งในจุดค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สำคัญในเส้นทางสายไหม ภายในถ้ำงดงามด้วยพุทธศิลป์จีนทั้งพระพุทธรูป และจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันได้ร่วมกันลงทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 11 เมื่อปี พ.ศ. 2530 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันมีถ้ำที่เปิดให้ชมกว่า 492 ถ้ำ ภายในเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีพื้นที่รวมกันมากกว่า 45,000 ตารางเมตร และรูปปั้นพระพุทธรูปนับพันองค์.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก DUNHUANG CASTLE VACATION HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สู่ เมืองเก๋อเอ่อร์มู่ (Geermu) หรือ Golmud หมายถึง "สถานที่ที่มีแม่น้ำอุดมสมบูรณ์" ตั้งอยู่ในใจกลางของ ที่ราบสูงทิเบต Golmud เป็นเมืองโอเอซิสและศูนย์กลางอุตสาหกรรม-การคมนาคมที่สำคัญในมณฑลชิงไห่ ตั้งอยู่ใจกลางแอ่งไฉต๋ามู่ (Qaidam Basin) บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตที่ความสูงราว 2,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งที่ราบสูงและเมืองทะเลสาบเกลือของจีน โครงสร้างภูมิประเทศและลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปกระจายตัวเป็นวงกลมร่วมศูนย์กลาง จากขอบด้านใต้ของแอ่งไปจนถึงใจกลาง มีภูเขา, ทะเลทรายโกบี, เนินเขาที่ถูกกัดเซาะโดยลม, ที่ราบ และทะเลสาบเกลือ ตามประเภทของภูมิประเทศสามารถแบ่งได้เป็นภูเขาและที่ราบ เป็นเมืองใหม่บนที่ราบสูง (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 ชม.)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชม ทะเลสาบเกลือชาร์ฮัน (Qarhan Salt Lake) ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเก๋อเอ๋อร์มู่ (Golmud) ไปทางตอนเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดดเด่นด้วยผืนน้ำสีเขียวมรกตที่ตัดกับผลึกเกลือสีขาวบริสุทธิ์ และยังเป็นแหล่งแร่ลิเธียมที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 5,856 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ราบเกลือขนาดใหญ่ที่บางจุดเกิดผลึกเกลือเรียงตัวคล้ายสะพานธรรมชาติ มีทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบตที่พาดผ่านทะเลสาบเกลือเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร จนดูเหมือนรถไฟวิ่งอยู่บนผืนน้ำ และมีสวนทะเลสาบเกลือ (Qarhan Salt Lake Scenic Area) พื้นที่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของผลึกเกลือและทะเลสาบสีมรกต.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก GOLMUD LAICA HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สู่ เมืองฉาข่า หรือ ชากา (Chaka) ตั้งอยู่ในเขตอำเภออูหลาน มณฑลชิงไห่ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดดเด่นด้วย "ทะเลสาบเกลือฉาข่า" ทะเลสาบน้ำเค็มธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพสะท้อนผืนน้ำราวกับกระจกเงา จนได้รับฉายาว่า กระจกแห่งท้องฟ้า (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4.30 ชม.)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชม ทะเลสาบเกลือฉาข่า สกาย นัมเบอร์วัน (Chaka Salt Lake Sky No.1) ตั้งอยู่ในแคว้นปกครองตนเองทิเบตมองโกไห่ซี มณฑลชิงไห่ มีพื้นที่ทั้งหมด 14.19 ตารางกิโลเมตร ได้รับสมญานามว่า “กระจกแห่งท้องฟ้า” (Mirror of the Sky) ด้วยผิวน้ำที่สะท้อนท้องฟ้าและเมฆได้อย่างสวยงามราวกับภาพวาด หนึ่งในจุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือ ความเรียบเนียนของพื้นน้ำ ที่สะท้อนภาพของฟ้าและนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ในการผลิตเกลือและยังคงเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญของจีนมาจนถึงปัจจุบัน.
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก CHAKA HUACHENG GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สู่ ชิงไห่ (Qinghai) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนบนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต เป็นมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ มีชื่อเสียงในฐานะ "ดินแดนแห่งทะเลสีเขียว" และแหล่งกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญของเอเชีย เช่น แม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซีเกียง และแม่น้ำโขง (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชม.)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชม ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake) ตั้งอยู่ในมณฑลชิงไห่ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์อย่างยิ่งมาตั้งแต่โบราณกาล คำว่า "ชิงไห่" ในภาษาจีนแปลว่า "ทะเลสีเขียว-น้ำเงิน" ซึ่งสอดคล้องกับชื่อในภาษาทิเบตที่แปลว่า "ทะเลสาบสีเขียวและน้ำเงิน" ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบต มีความสูงกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้มีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของนกอพยพจำนวนมาก รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมโบราณทางตอนเหนืออีกด้วย ปัจจุบัน ทะเลสาบชิงไห่ ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการ ท่องเที่ยว เชิง ธรรมชาติ และวัฒนธรรม โดยมี เอ้อร์หลางเจี้ยน (Erlangjian Scenic Area) เป็นจุดชมวิวหลักและศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของทะเลสาบชิงไห่ ไฮไลท์ของจุดชมวิว ทัศนียภาพ 360 องศา ผืนน้ำสีฟ้าเข้มตัดกับท้องฟ้าบนที่ราบสูงที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,196 เมตร มีลักษณะเป็นแหลมหรือแผ่นดินที่ยื่นยาวออกไปในทะเลสาบ ทำให้เป็นจุดชมวิวที่สวยและใกล้ชิดผืนน้ำมากที่สุด.
แวะชม ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินทิเบต เครื่องประดับหรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ให้ท่านได้ชมความสวยงามเอกลักษณ์เฉพาะสไตล์ทิเบต ที่มีหลากหลายให้ได้เลือกชมเลือกซื้อ.
สู่ เมืองซีหนิง (Xining) เป็นเมืองเอกของมณฑลชิงไห่ และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนที่ราบสูงทิเบต ได้รับฉายาว่า "เมืองหลวงแห่งฤดูร้อนของจีน" เนื่องจากมีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เมืองนี้เป็นจุดแวะพักสำคัญทางประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหม และเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟสายชิงไห่-ทิเบต เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าตามเส้นทางสายไหมเหนือทางเหอชีมานานกว่า 2,000 ปีและเป็นที่มั่นของราชวงศ์ฮั่น สุย ถัง และซ่ง เพื่อต่อต้านการโจมตีของชนเผ่าเร่ร่อนจากตะวันตก แม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลกานซู่มานาน แต่ซีหนิงก็ได้เพิ่มลงในมณฑลชิงไห่ในปี ค.ศ. 1928 (พ.ศ. 2471) ซีหนิงถือเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาสำหรับชาวมุสลิมและชาวพุทธเนื่องจากมีมัสยิดตงกวนและวัดถาเอ่อร์ เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำหวงฉุ่ยและเนื่องจากความสูงทำให้มีภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้งที่เย็นสบาย (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชม.)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชม พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมทิเบตชิงไห่ (Qinghai Tibetan Culture Museum) ตั้งอยู่ที่เมืองซีหนิง เป็นพิพิธภัณฑ์ระดับประเทศ ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับ “การแพทย์ทิเบต” และวัฒนธรรมทิเบตไว้อย่างครบถ้วนภายในไม่ได้มีแค่ของจัดแสดงทั่วไป แต่เป็นการพาผู้ชมย้อนเวลา ตั้งแต่เส้นทางสายไหม อารยธรรมชิงไห่-ทิเบต ไปจนถึงภูมิปัญญาด้านการรักษาโรคของชาวทิเบตที่สืบทอดกันมานับพันปี ไฮไลท์ สำคัญคือ ภาพจิตรกรรมทังข่า (Thangka) ที่ยาวที่สุดในโลก 618 เมตร วาดโดยจิตรกรชาวทิเบตกว่า 400 คน ภาพจิตรกรรมสีเกี่ยวกับการแพทย์ทิเบต ที่บอกเล่าทั้งร่างกายมนุษย์ สมุนไพรและแนวคิดการรักษาแบบโบราณ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หาดูได้ยากมาก ปัจจุบัน ที่นี่มีวัตถุจัดแสดงมากกว่า 70,000 ชิ้น และกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมทิเบตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
แวะชม ร้านหยก , ร้านผ้าไหม ให้ท่านได้เลือกชมเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนถึงเวลาอันสมควร
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ผ่านชม มัสยิดตงกวน ( DONGGUAN MOSQUE) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในชิงไห่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1380 และมีซุ้มโค้งสีขาวสวยงามเรียงรายอยู่ด้านนอกของอาคารขนาดใหญ่ มีโดมสีเขียวและขาว และหอคอยสูงสองแห่ง เสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 หลังจากนั้นไม่นาน มัสยิดก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากความขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม มัสยิดยังคงได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของศตวรรษที่ 20 มัสยิดแห่งนี้มีพื้นที่ 11,940 ตารางเมตร (128,500 ตารางฟุต) ในสมัยราชวงศ์หมิง มัสยิดประกอบด้วยลานกลาง (sahn) เพียงแห่งเดียว ที่มีห้องละหมาดและหอคอยมินาเร็ต หลายชั้นสอง แห่ง มัสยิดสมัยใหม่สร้างขึ้นในสไตล์สถาปัตยกรรมอิสลามแบบจีนและผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมตะวันตก.
สู่ ถนนคนเดินเซียหนานกวน (Xiananguan Pedestrian Street) เป็นย่านตลาดและถนนคนเดินสไตล์มุสลิมฮุย (Hui) ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง โดดเด่นด้วยอาหารฮาลาลนานาชนิด และเป็นจุดแวะพักยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นสตรีทฟู้ดและร้านหาของทานเล่น มีร้านค้าเรียงรายตลอดสาย เมนูห้ามพลาดคือ เนื้อแกะย่างเสียบไม้รสชาติเข้มข้น, บะหมี่ท้องถิ่น, ขนมหวานสไตล์จีน-อาหรับ และอาหารทานเล่นที่ปรุงสุกใหม่ร้อนๆ สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมในเมืองซีหนิง ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกกลางและจีนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว *อิสระอาหารเย็นและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย* จนถึงเวลานัดหมาย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
23.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Vietjet Air (VZ) เที่ยวบินที่ VZ3691
02.45 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ.............
58/56 หมู่บ้านเดอะเบทโต้ ซอยกำนันแม้น 3 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน จ.กรุงเทพมหานคร 10150
แผนที่บริษัท คลิก Google Map
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา